HSK คือคำย่อของ “Hanyu Shuiping Kaoshi” ในภาษาจีน (汉语水平考试) ซึ่งแปลว่า “Chinese Proficiency Test” ในภาษาอังกฤษ โดยเป็นการทดสอบความสามารถในการใช้ภาษาจีนในทักษะการอ่าน, การเขียน, การฟัง, และการพูด มีระดับต่าง ๆ ตั้งแต่ HSK 1 (ระดับพื้นฐาน) จนถึง HSK 6 (ระดับขั้นสูง) โดย HSK 6 เป็นระดับที่ยากที่สุด การสอบ HSK มีความสำคัญอย่างมากสำหรับคนที่สนใจเรียนภาษาจีนเพราะสามารถใช้ในการเข้าเรียน, การทำงาน, หรือการเรียนต่อในประเทศจีนได้

หากเปรียบกับภาษาอังกฤษ การสอบ HSK ก็เปรียบเสมือนการสอบระดับสากล อย่าง TOEFL และ IELTS ที่สถาบันศึกษา มหาวิทยาลัย รวมถึงบริษัทหลายแห่งในโลกให้การยอมรับ และสำคัญอย่างมากกับการเรียนต่อในต่างประเทศ  

การสอบ HSK มีมาตรฐานสากลและเป็นที่ยอมรับในหลายประเทศ หากน้องๆ ต้องการเรียนต่อมหาวิทยาลัยในประเทศจีน จะพบได้ว่ามหาวิทยาลัยหลายแห่งจะให้น้องๆ สอบ HSK เพื่อวัดระดับทางภาษาก่อนเข้าศึกษา โดยหากน้องๆ มีระดับ HSK ต่ำกว่าที่กำหนด ทางมหาวิทยาลัยจะบังคับให้ลงเรียนคอร์สปูพื้นฐานก่อนนั่นเอง

สรุปสั้น ๆ ว่า ผลสอบวัดระดับ HSK สามารถนำไปยื่นสมัครเรียนต่อ สอบชิงทุนการศึกษา สมัครงาน ฯลฯ สำหรับการเรียนต่อมหาวิทยาลัยในจีน ถ้าน้องๆ ไม่อยากเสียเวลาเรียนปูพื้นฐานใหม่ ทางออกเดียวคือการสอบ HSK ให้ได้ระดับเท่ากับหรือมากกว่าที่คณะหรือมหาวิทยาลัยต้องการเท่านั้น (ส่วนใหญ่ทางมหาวิทยาลัยต้องการอย่างน้อย HSK 4 ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแต่ละคณะ) 

มีการแบ่งระดับการสอบออกเป็น 6 ระดับดังนี้:

  1. HSK 1: สำหรับผู้เรียนที่มีความรู้พื้นฐานในการใช้ภาษาจีน สามารถเข้าใจและใช้ภาษาในสถานการณ์ที่ง่าย ๆ ได้ เช่น การแสดงอารมณ์, การสอบถาม, และการแนะนำตัวเอง

  2. HSK 2: สำหรับผู้เรียนที่มีความรู้ในระดับปานกลาง สามารถเข้าใจและใช้ภาษาในสถานการณ์ประจำวันได้ เช่น การสนทนาทั่วไป, การสนทนาในร้านอาหาร, และการเดินทาง

  3. HSK 3: สำหรับผู้เรียนที่มีความรู้ในระดับปานกลางถึงสูง สามารถเข้าใจและใช้ภาษาในสถานการณ์ทั่วไปได้ เช่น การอ่านหนังสือหรือบทความง่าย ๆ, การเขียนบรรยายสั้น ๆ, และการสนทนาที่ซับซ้อนขึ้น

  4. HSK 4: สำหรับผู้เรียนที่มีความรู้ในระดับสูง สามารถเข้าใจและใช้ภาษาในสถานการณ์ที่ซับซ้อนขึ้น เช่น การอ่านหนังสือหรือบทความที่มีความยาก, การเขียนเรียงความยาว ๆ, และการสนทนาที่ซับซ้อน

  5. HSK 5: สำหรับผู้เรียนที่มีความรู้ในระดับสูงสุดของผู้เรียนที่ไม่ใช่เป็นภาษาแม่ สามารถใช้ภาษาในสถานการณ์ทั่วไปและสถานการณ์ที่ซับซ้อนได้ เช่น การอ่านหนังสือหรือบทความที่มีความซับซ้อน, การเขียนเรียงความยาว ๆ อย่างถูกต้องและชัดเจน, และการสนทนาที่ซับซ้อนและมีประสิทธิภาพ

  6. HSK 6: สำหรับผู้เรียนที่มีความรู้ในระดับสูงสุด สามารถใช้ภาษาในสถานการณ์ทั่วไปและสถานการณ์ที่ซับซ้อนทุกประการได้ เช่น การอ่านหนังสือหรือบทความที่มีความซับซ้อนมาก, การเขียนเรียงความยาว ๆ อย่างสร้างสรรค์, และการสนทนาที่ซับซ้อนและมีประสิทธิภาพ

การสอบ HSK มีความสำคัญอย่างมากสำหรับผู้เรียนที่สนใจศึกษาหรือทำงานในประเทศจีน เนื่องจากมีผลต่อการเข้าเรียน, การทำงาน, และการอยู่อาศัยในประเทศจีน

      HSK คือคำย่อของ “Hanyu Shuiping Kaoshi” ในภาษาจีน (汉语水平考试) ซึ่งแปลว่า “Chinese Proficiency Test” ในภาษาอังกฤษ โดยเป็นการทดสอบความสามารถในการใช้ภาษาจีนในทักษะการอ่าน, การเขียน, การฟัง, และการพูด มีระดับต่าง ๆ ตั้งแต่ HSK 1 (ระดับพื้นฐาน) จนถึง HSK 6 (ระดับขั้นสูง) โดย HSK 6 เป็นระดับที่ยากที่สุด การสอบ HSK มีความสำคัญอย่างมากสำหรับคนที่สนใจเรียนภาษาจีนเพราะสามารถใช้ในการเข้าเรียน, การทำงาน, หรือการเรียนต่อในประเทศจีนได้

หากเปรียบกับภาษาอังกฤษ การสอบ HSK ก็เปรียบเสมือนการสอบระดับสากล อย่าง TOEFL และ IELTS ที่สถาบันศึกษา มหาวิทยาลัย รวมถึงบริษัทหลายแห่งในโลกให้การยอมรับ และสำคัญอย่างมากกับการเรียนต่อในต่างประเทศ  

      การสอบ HSK มีมาตรฐานสากลและเป็นที่ยอมรับในหลายประเทศ หากน้องๆ ต้องการเรียนต่อมหาวิทยาลัยในประเทศจีน จะพบได้ว่ามหาวิทยาลัยหลายแห่งจะให้น้องๆ สอบ HSK เพื่อวัดระดับทางภาษาก่อนเข้าศึกษา โดยหากน้องๆ มีระดับ HSK ต่ำกว่าที่กำหนด ทางมหาวิทยาลัยจะบังคับให้ลงเรียนคอร์สปูพื้นฐานก่อนนั่นเอง

      สรุปสั้น ๆ ว่า ผลสอบวัดระดับ HSK สามารถนำไปยื่นสมัครเรียนต่อ สอบชิงทุนการศึกษา สมัครงาน ฯลฯ สำหรับการเรียนต่อมหาวิทยาลัยในจีน ถ้าน้องๆ ไม่อยากเสียเวลาเรียนปูพื้นฐานใหม่ ทางออกเดียวคือการสอบ HSK ให้ได้ระดับเท่ากับหรือมากกว่าที่คณะหรือมหาวิทยาลัยต้องการเท่านั้น (ส่วนใหญ่ทางมหาวิทยาลัยต้องการอย่างน้อย HSK 4 ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแต่ละคณะ) 

มีการแบ่งระดับการสอบออกเป็น 6 ระดับดังนี้:

    1. HSK 1: สำหรับผู้เรียนที่มีความรู้พื้นฐานในการใช้ภาษาจีน สามารถเข้าใจและใช้ภาษาในสถานการณ์ที่ง่าย ๆ ได้ เช่น การแสดงอารมณ์, การสอบถาม, และการแนะนำตัวเอง
    2. HSK 2: สำหรับผู้เรียนที่มีความรู้ในระดับปานกลาง สามารถเข้าใจและใช้ภาษาในสถานการณ์ประจำวันได้ เช่น การสนทนาทั่วไป, การสนทนาในร้านอาหาร, และการเดินทาง
    3. HSK 3: สำหรับผู้เรียนที่มีความรู้ในระดับปานกลางถึงสูง สามารถเข้าใจและใช้ภาษาในสถานการณ์ทั่วไปได้ เช่น การอ่านหนังสือหรือบทความง่าย ๆ, การเขียนบรรยายสั้น ๆ, และการสนทนาที่ซับซ้อนขึ้น
    4. HSK 4: สำหรับผู้เรียนที่มีความรู้ในระดับสูง สามารถเข้าใจและใช้ภาษาในสถานการณ์ที่ซับซ้อนขึ้น เช่น การอ่านหนังสือหรือบทความที่มีความยาก, การเขียนเรียงความยาว ๆ, และการสนทนาที่ซับซ้อน
    5. HSK 5: สำหรับผู้เรียนที่มีความรู้ในระดับสูงสุดของผู้เรียนที่ไม่ใช่เป็นภาษาแม่ สามารถใช้ภาษาในสถานการณ์ทั่วไปและสถานการณ์ที่ซับซ้อนได้ เช่น การอ่านหนังสือหรือบทความที่มีความซับซ้อน, การเขียนเรียงความยาว ๆ อย่างถูกต้องและชัดเจน, และการสนทนาที่ซับซ้อนและมีประสิทธิภาพ
    6. HSK 6: สำหรับผู้เรียนที่มีความรู้ในระดับสูงสุด สามารถใช้ภาษาในสถานการณ์ทั่วไปและสถานการณ์ที่ซับซ้อนทุกประการได้ เช่น การอ่านหนังสือหรือบทความที่มีความซับซ้อนมาก, การเขียนเรียงความยาว ๆ อย่างสร้างสรรค์, และการสนทนาที่ซับซ้อนและมีประสิทธิภาพ

      การสอบ HSK มีความสำคัญอย่างมากสำหรับผู้เรียนที่สนใจศึกษาหรือทำงานในประเทศจีน เนื่องจากมีผลต่อการเข้าเรียน, การทำงาน, และการอยู่อาศัยในประเทศจีน